Automation Testing ต้องเริ่มต้นที่ กลุ่มคนระดับ Management Level ก่อน

สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ.2561 เช้าวันที่ฝนเทลงมา สร้างความชุ่มฉ่ำให้กับสัปดาห์แรกของเดือนเมษายนที่แลดูว่าน่าจะร้อนมากๆ สำหรับปีนี้

สืบเนื่องจากตลอดปี 2560 จนมาถึง ณ ตอนนี้ ตัวผมเองได้พบปะกับเพื่อนพ้องน้องพี่ที่มีความสนใจที่จะนำ Automation Testing เข้าไปใช้องค์กรไม่ว่าจะในระดับของ Acceptance Testing ไล่ลงไปถึง Unit Testing ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี และส่วนใหญ่ที่เกิดคือคือการส่ง Software Tester และ Programmer/Developer มาร่ำเรียนวิชาความรู้ เพื่อนำกลับไปใช้ในองค์กร แต่ก็ไม่ได้เกิดผลของการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่าไรนัก

เหตุผลเพราะมีอุปสรรคต่างๆ เกิดขึ้นในการปรับจากกระบวนการทดสอบแบบ Manual Testing ไปเป็น Automation Testing ซึ่งการปรับเปลี่ยนนี้มิได้ทำได้ด้วยเงิน แต่จะต้องเกิดขึ้นจากการคิด วิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการและวัดผลความคืบหน้าเพื่อปรับแผน

เพราะ Automation Testing มิใช้เพียงแค่ใช้เงินส่งคนไปเรียน หรือ จ้างมาสอน แล้วก็สั่งให้ทำเลย เนื่องจากการที่จะนำ Automation Testing มาปรับใช้นั้นจะต้องตระหนักอยู่หนึ่งเรื่องก่อนเลยว่า มิสามารถจะเกิดได้ภายในระยะเวลาเพียงสองสามเดือน

จากชั้นเรียน The Whole Team Approach to Agile Testing ที่สอนโดย Lisa Crispin และ Janet Gregory สองผู้เขียนหนังสือชื่อ Agile Testing และ More Agile Testing ผมได้ภาพนี้มาชื่อว่า The Hump of Pain ของการที่จะนำ Automation Testing เข้าไปปรับใช้

ภาพจาก Slide: Advanced Topics in Agile Tsting: Focus on Automation
ภาพจาก วันที่ 1 ของการเรียน The Whole Team Approach to Agile Testing สอนโดย Janet Gregory
Janet ได้แบ่งปันประสบการณ์ในการที่จะเริ่ม Automate ว่า เราควรจะต้องพิจารณาเรื่องการลงทุนเป็นหลัก และจะต้องเข้าใจว่าการมี Automate Testing ไม่ว่าจะเป็นแบบที่เสียเงินไปซื้อมาหรือแบบ Open Source นั้นทั้งหมดเป็นการลงทุนซึ่งจะช้าในตอนแรกและต้องลงแรงกับมันเยอะในตอนแรกเช่นกัน แต่มันจะออกดอกออกผลช่วยทีมในระยะยาว
ดังนั้นจะต้องมีกลยุทธ์ของการทดสอบ (Test Strategy) เสมอ อย่าบูมบาม แก้ผ้ากระโดดขึ้นหลังม้าแล้วควบออกไปกลางทุ่งพร้อมตะโกนโวกเวกโวยวายว่า Automate Testing!!!

ผมได้เขียนบันทึกไว้ใน Blog ตอนที่มีชื่อว่า วันที่ 1 ของ The Whole Team Approach to Agile Testing ณ สิงคโปร์

อีกมุมมองหนึ่งจากประสบการณ์ของพี่ปุ๋ย Somkiat.cc ได้เขียน Blog ตอนที่มีชื่อว่า อุปสรรคของการนำ Automate Test มาใช้งาน โดย พี่ปุ๋ยสรุปเรื่องอุปสรรคไว้จำนวน 6 เรื่องคือ

  1. เรื่องทัศนคติของ Programmer
  2. เรื่องของ Learning curve ที่สูง และ น่ากลัว !!
  3. เพราะว่า Code มันเปลี่ยนแปลงบ่อย การทดสอบมันจึงไร้ประโยชน์
  4. ทำงานกับ Legacy code มันยากนะ !!
  5. ความกลัวต่อ Automate test
  6. เรื่องของนิสัยเดิม ๆ ที่ชอบทำกัน !!

ซึ่งสามารถอ่านในรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุปสรรคของการนำ Automate Test มาใช้งาน

ดังนั้น

สำหรับการปรับกระบวนการทดสอบจาก Manual ไปเป็น Automation กลุ่มคนกลุ่มแรกที่ต้องมาเรียนรู้เพื่อให้ได้รับข้อมูล ประสบการณ์และเสริมสร้างความเข้าใจ คือ ผู้ที่สวมบทบาทเป็น

  1. Development Manager
  2. Test Manager
  3. Architecture Manager
  4. Executive level of Development Team

เริ่มต้นที่ท่านๆ กลุ่มนี้อย่างไร?

เรียบง่ายมากคือ

เพียงส่งตัวเองมานั่งเรียน Automation Testing เท่านั้นเองสักสามสี่ชั้นเรียน

เพื่อจะได้เกิดความเข้าใจที่มาจากการลงมือทำ มากกว่า นั่งฟังคนมาขายของหรือใครมาพูด เพราะ

สิบปากว่าไม่เท่ากับตาเห็น หมายถึง
การบอกเล่าบอกต่อผ่านคนมามากๆ ก็ไม่เท่ากับเราได้เห็นด้วยตาตนเอง อย่าเพิ่งไปเชื่อสิ่งที่คนบอกต่อ ๆ กันมา จะจริงหรือไม่ต้องไปสัมผัส (เท่ากับลงมือทำ) ไปเห็นด้วยตัวเอง

เพราะ

เพราะท่านเหล่านั้น มีอำนาจ ที่มาพร้อมกับหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการทำให้เกิดการผลักดันและเปลี่ยนแปลง

เพื่อ

  1. นำกลับไปกำหนดเป้าหมาย ลงมือวางแผนในรายละเอียด เพื่อเปลี่ยนจาก Manual ไปสู่ Automation ได้อย่างไร
  2. พินิจพิเคราะห์ว่าคุ้มทุน ณ จุดใด
  3. อุปสรรคใดบ้างที่จะเกิดขึ้นและกำหนดแนวทางในการกำจัด
  4. องค์ความรู้อะไรบ้างทั้ง Business และ Technical ที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ทดสอบ และส่งมอบซอฟต์แวร์ต้องมี
  5. ทักษะทั้ง Technical Skills และ Soft Skills อะไรบ้างที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ทดสอบและส่งมอบซอฟต์แวร์ต้องมีเพิ่มเติม
  6. Infrastructure อะไรบ้างที่ต้องมีเพื่อให้เอื้ออำนวยกับการสร้าง Automation Test

ดังนั้น (ที่สอง)

อย่าเพิ่งส่ง

  1. Software Tester
  2. Software Tester ในป้ายชื่อ QA
  3. Programmer/Developer

มาเรียนรู้ Automation Testing ก่อน เพราะ

กลับไปก็ไร้อำนาจในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจัง

ดังนั้น (ที่สาม)

Automation Testing เป็นเรื่องของทุกคนในองค์กร มิใช่เพียงแค่ Software Tester เท่านั้น ระดับฝ่ายบริหารเป็นกลไลที่สำคัญมากมาก และ

ฉันใด

Automation Testing ก็เป็นเฉกเช่นเดียวกันกับ Rome

ฉันนั้น

วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ.2561 เวลา 09:30น.
ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

One clap, two clap, three clap, forty?

By clapping more or less, you can signal to us which stories really stand out.